head
HOME | บทความ | CHECKMAIL | WEBBOARD |
sananjit สนานจิตต์ บางสพาน. .
ดูหนัง ดูละคร แล้วย้อนดูตัว picsanan

ดูหนัง ดูละคร แล้วย้อนดูตัว
ขำอุรา น่าหวัว เต้นยั่ว อย่างฝัน


กลอนบทนี้ท่านโอ้มาขยำเขาเขียนไว้   ถ้า สนจ. จำไม่ผิดดูเหมือนจะเป็น ในหลวงรัชกาลที่ 6 ท่านแปลเอาไว้ ถ้าผิดก็โทษ สนจ. ก็แล้วกัน...ฮา

ท่าน “โอ้มาขยำ” ก็เช่นเดียวกับท่าน “เขย่าหอก” นั่นแหละ...

คือทั้งคู่เป็นชาวต่างประเทศ เขียนกลอนเก่ง คนหนึ่งชื่อ โอมาคัยยัม  อีกคนชื่อ เชคสเปียร์

พอมาอยู่เมืองไทยนาน ๆ รับราชการในแผนกวรรณคดีไทยจนกลายเป็นคนไทย  เรื่องของเรื่องก็เลยต้องมีชื่อไทยให้เรียกขานเป็นธรรมดา จะเรียกไอ้โอ..หรือก็ดูจะเกินปายยยยย...แบบไม่ให้เกียรติกันเลยประมาณนั้น   ส่วนท่านเชคสเปียร์นั้น ไอ้ครั้นจะตั้งชื่อไทยว่า ชัชเวช หรือชัชวาล ก็ดูจะไม่ได้ความหมาย  สู้เรียกท่านว่า “เขย่าหอก” ดีกว่า  เพราะได้ภาพชัดเจนว่า ท่านกำลังทำอะไรอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหอกส่วนตัวของท่าน หรือท่านไป “หาหอก” ของชาวบ้านมาเขย่า...ฮา

ไอ้เรื่องแบบนี้คงไม่มีใครจะเป็นจะตาย...

แต่ สนจ. กำลังจะเป็นจะตาย ก็ตั้งแต่ได้นายกฯปากไม่มีหูรูดนี่แหละ  แถมด้วยท่านประธานสภาที่ออกอาการจิ๊กโก๋ ไม่พอใจใครก็บุกถึงที่ ถามกันกง ๆ ว่า “มึงจะเอายังไง” เหมือนที่ไอ้จ้อน- จิ๊กโก๋เมืองเพชร ลูกเขยเมืองจันท์โดนมาแล้ว....ฮา

คือไอ้เรื่องหนังเรื่องละครดู  ดูกันมาเนิ่นนานแล้ว ตั้งแต่เป็นวัยกระทง หนีความเป็นไอ้ตูดบ้านนอกจากขอนแก่นเข้ามาผจญเวรและกรรมในกรุงเทพเมืองนางฟ้า ที่พี่อาจินต์ ปัญจพรรค์ เขาบอกนักบอกหนาว่า อย่าไปเลยบางกอกจะบอกให้ กูเคยไปมาแล้วไอ้เสือเตี้ย... คือแกบอกว่า คนบางกอกนี่โคตะระจะกระล่อน...ฮา

ไอ้นี่ สนจ. เชื่อแล้ว ก็ตั้งแต่มันพูดกันทั้งบ้านทั้งเมืองนั่นแหละว่า กูไม่ใช่นอมินี กูไม่ใช่นูมินี่....ฮา

นี่ สนจ. กำลังจะเขียนอะไรให้พวกบ้าเว็บทั้งหลายได้อ่านกัน ถ้าเผื่อจะมีใครบังเอิญเปิดเว๊บของ คนบ้า อีกคนที่ชื่อ “ช่าง”  คือช่างโคตะระพ่อโคตะระแม่ใครก็ตามแต่ที่ไม่สนใจว่า “ละครเท่านั้นที่สร้างความเสียวและความส้านให้กับคนดูชนิดสูดปากได้ซี๊ด ๆ พอ ๆ กับสองมือที่สามารถสร้างความเสียวและความส้านให้กับทุกสรรพสิ่งที่มีอาตยนะทั้ง 5  เอ้อ..เขียนๆ ไปแล้วก็ไม่ค่อยจะดีใจว่าเขียนถูกหรือเปล่า

หลายคนบอกว่า แล้วไอ้คนชื่อ “ช่าง”นี่มันเป็นใคร...

ตอบง่าย ๆก็คือ มันเป็นหลานหลวงประดิษฐ์ไพเราะ พ่อมันชื่อ กุมุท แม่นี่ไม่รู้..เพราะจำไม่ได้...ฮา สนจ. รู้จักมันก็อีตอนคนทั้งเมืองเขาเรียกมันว่า “ครูช่าง”  แล้วมันตาบอกมองเห็นเพชรในตมอย่าง สนจ.ว่าจะสอนลูกศิษย์ลูกหาของมันที่คณะอักษรจุฬาฯได้

จากบัดเอ๋ยบัดนั้น จนบัด...Now

สนจ.ได้ค้นพบว่า ครูช่าง เป็นพวกครูพอเพียง คือไม่ใช่ครูที่หวังรวยกับอาชีพการสอนวิชาการละคร อย่างดีก็หวังในตัวลูกศิษย์....ฮา    คือหวังว่าลูกศิษย์นอกจากจะไม่คิดล้างครูแล้ว ยังไม่คิดจะเอาครูเป็นแบบอย่าง เพราะเอาได้เสียที่ไหน  ทุกวันนี้ยังจนอยู่เลย...ฮา ไอ้ที่จนก็เพราะ “บ้า” และ “รัก”ในละครเวที และเชื่อว่า  เด็กน้อยเท่านั้นที่เป็นความหวัง ไม่ใช่เด็กเอ๊าะ ๆ ที่ครูชอบ...ฮา

คณะละครมรดกใหม่ จึงเป็นสถานเพาะบ่มคนบ้าประเภทหนึ่งให้เจริญงอกงามในสังคมไทย  เป็นคนบ้ากลุ่มเล็ก ๆ ที่มีอะไร “ดี ๆ “ให้กับเด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้ ได้ฝึกฝน ได้สร้างแรงบันดาลใจและความฝัน ให้ปรากฏในรูปของ “การแสดง” ที่ไม่พรมแดน ไม่มีรูปแบบ ไม่มีข้อจำกัด ไม่มีขอบเขต  เป็นจักรวาลที่ทุกสรรพสิ่งกลายเป็นเนื้อเดียวกัน

ที่สำคัญเป็นเวทีให้พวกเราได้ “ย้อนดูตัว” ด้วยการดูคนอื่นเล่นให้ดู....ฮา

ใครที่เปิดเว๊บของคณะละครมรดกใหม่ แล้วอ่านเจอข้อเขียนของ สนจ. ขอให้รู้ว่า ถูกขอร้องแกมบังคับให้เขียน ค่าเรื่องก็ไม่ให้ แถมขู่อีกว่า มึงไม่เขียนเว๊บกูอัพเดทข้อมูลไม่ได้ แปลเป็นไทยว่า ปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย...ฮา

เอาว่าเขียนให้แล้ว

ใครสนใจอยากจะให้ ครูช่าง และคณะ มีส่วนในการ “ขยำ” จิตวิญญาณของท่านให้มีศิลปะแทรกอยู่ใน ดีเอ็นเอ. ขอเชิญดั้นและด้นมาที่คลอง 6 ปทุมธานีกันได้...

ไม่มีเงินเลย  ท่านก็ยังมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลรักษาจิตวิญาณของท่านโดยไม่เสียแม้แต่ 30 บาทหรือบาทเดียว

เพราะศิลปะอย่าง “ละคร”และ “หนัง” รักษาได้ทุกโรค

แม้กระทั่งโรคปากพล่อย....ฮา

bookmarks
อื่น ๆ>>>>>
ตอนที่ 1

bookmarks
tail