ค้นหา
  • พระอาทิตย์สีนํ้าตาล sun

มรกดกใหม่ตะลุยอเมริกา วันที่ 2 ของกวีหนุ่ม

(2) หวังใจไว้ว่าหากเธอตื่นเช้ามาแล้วพบจดหมายรัก

ความชื่นเย็นจากถ้อยคำในแถวบรรทัดจะพอบรรเทาบรรยากาศระอุร้อนของบ้านเราได้บ้าง โลกเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว เร็วเสียจนไม่ต้องรอให้ความรู้สึกสุกงอมจนความคิดถึงมีรสหวาน เสียงโฆษณาการของนักการเมืองคงดังระงมจนกลบเสียงกุมภาพันธุ์ในความทรงจำไปจนสิ้น แต่กระนั้นก็ขอให้อย่าดัง

จนสัมผัสเราบอดใบ้กระทั่งลืมฟังเสียงความรัก


อากาศที่ LA ไม่หนาวเท่าฟรีมอนต์ที่จากมา กระนั้นฤดูหนาวของอเมริกาจะยังยาวนานไปจนถึงเดือนเมษายน จึงจะคลี่คลายเข้าสู่ฤดูดอกไม้ผลิ หุบเขาและเทือกทางระยะทางกว่าเจ็ดชั่วโมงจากฟรีมอนต์ถึง LA เป็นเทือกเนินหุบเขาซับซ้อน หญ้าเรี่ยระดินสีเขียวชอุ่ม ขับแสงเงาจัดจ้านของแดดเช้า

ข้างทางเราผ่านฟาร์ม สวนผลไม้ และเขตปศุสัตว์ ทำให้คิดถึงฉากไร่นาในเรื่อง เพื่อนยาก ของจอห์น สไตน์เบก ครูช่างเล่าว่า แถบถิ่นนี้แหละคือถิ่นที่อยู่ และเป็นหุบเขาที่กลายมาเป็นฉากในนวนิยายหลายเรื่องของนักเลงชีวิตผู้นี้

เราเรียนวิชาภูมิศาสตร์อเมริกาผ่านการตั้งคำถามและหาคำตอบกันในรถตู้ อ้อ รถตู้คันนี้ชื่อว่า

คุณสโนไวท์ เป็นรถแวนสีขาว ขนาด 15 ที่นั่ง ที่มีผู้ใหญ่ใจดีจัดหาให้เราใช้ที่นี่ มันเป็นรถตู้ขนาดใหญ่คันหนึ่งเลยหละ ถอดเบาะที่นั่งแถวสุดท้ายออกเพื่อให้เหลือพื้นที่ใส่สัมภาระท่องอเมริกา แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่ใหญ่พอหรอกเพราะสัมภาระข้าวของมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครูช่างบอกว่าให้จัดการข้าวของให้คล่องตัว เอาแบบที่จำเป็นที่สุด เอาไปให้น้อยเข้าไว้ เพราะยิ่งเราเดินทางไกลแค่ไหนสัมภาระเราจะยิ่งเพิ่มขึ้นตามระยะทาง เหมือนชีวิตนะว่าไหม ยิ่งยืนยาวยิ่งรุงรังมากขึ้น ทั้งสัมภาระทั้งความห่วงหา

ในขณะร่างกายอ่อนล้าและวันเวลาชีวิตยิ่งหดสั้นลง


เราเรียนรู้ภูมิศาสตร์และสังคมอเมริกัน ผ่านการตั้งคำถามของครูช่าง ที่ขับรถเป็นมือแรก เด็กๆทุกคนถือแผนที่อเมริกาแน่นในมือ เราทุกคนคอย่างน้อยที่สุดก็ควรรู้ว่าเราจะมุ่งหน้าไปที่ไหน ใช้เส้นทางใด และที่มุ่งหน้าไปนั้นเป็นทิศใด ตะวันขึ้นและตกทางไหน และปลายทางที่จะไปให้ถึงคือที่ใด ความรู้เหล่านี้มันจะเป็นฐานสำคัญเพื่อจะจัดการพื้นที่ไว้บันทึกความทรงจำระหว่างการเดินทาง

เราเริ่มต้นคำถามง่ายๆ เมืองหลวงของรัฐแคลิฟอร์เนียคือเมืองอะไร โลกนี้มีมหาสมุทรกี่มหาสมุทร

เราอยู่ในมหาสมุทรอะไร ทะเลที่อยู่ขวามือคือแปซิฟิกหรือแอตแลนติก เชื่อไหมว่าคำถามง่ายๆ เหล่านี้

ที่เราเคยท่องจำได้ในวัยเยาว์ มันเลือนรางลงมากต้องฟื้นกันอีกยกใหญ่ให้รู้ซ้ายรู้ขวารู้เหนือรู้ใต้

คลับคล้ายว่าเรามัวแต่มุ่งหน้าไปจนลืมไปว่าแท้แล้วเรามาจากไหนและขณะนี้เรากำลังเป็นใคร เพื่อถึงปลายทางให้เร็วที่สุดเราก็เผลอลืมเรียนรู้ข้างทางไปเสียแล้ว ครูช่างกับกิ๊กสลับกันขับ

แถวถัดมาหลังคนขับ เป็น นา นั่งติดหน้าต่าง แพรวานั่งกลาง และ ชาญ เรานั่งแถวถัดมา

มีคอปเตอร์ติดหน้าต่าง เรา และอาร์ ส่วนเด็กชายชาดกนั่งเบาะหลังสุดคนเดียว มีกระเป๋า ตู้แอมป์

และเครื่องดนตรีอัดเต็มเป็นเพื่อนร่วมเบาะ สักสองสามชั่วโมงแรกทุกคนตื่นเต้นกับการถามตอบ

หยิบจับมือถือมาถ่ายรูปเป็นระยะ เสียงฮือฮาตื่นเต้นดังมาเป็นพักๆ ผ่านฟาร์มปศุสัตว์ เด็กชายคอปเตอร์ชี้ให้เราดูวัวโค เราก็สงสัยอะไรคือวัวโคของคอปเตอร์ เห็นตัวจึงอ๋อและขำก๊ากออกมา มันคือ โคนม หรือวัวนม นั่นเอง คอปเตอร์เรียกว่า วัวโค

แสงเงาของทิวทัศน์จัดจ้านนัก สวยและยิ่งใหญ่ จนอดรู้สึกไม่ได้ว่ายิ่งใหญ่จนเกินไป ได้แต่จินตนาการ

ถึงการเดินทางข้ามรัฐด้วยม้าของนักส่งสารในยุคก่อร่างสร้างประเทศ และจินตนาการถึงเหล่าชนเผ่าผู้เคยแนบอิงชีวิตและจิตวิญญาณไว้ในหุบเขาแถบนี้ ทิวทัศน์แถบนี้ช่างยิ่งใหญ่เสียจนชวนให้ตั้งคำถามว่าเรานั้นแสนกระจ้อยร่อยเหลือเกิน ไฉนเลยช่างอาจหาญอ้างสิทธิ์ถือครองเทือกเขาเหล่านี้ได้

ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย สงสารเด็กชายชาดกที่นั่งเบาะหลัง หันกลับไปมองอีกครั้งก็เคลิ้มคล้อย

ตาปรือไปเสียแล้ว เจ็ดชั่วโมงกับการเดินทางพอเข้าใจได้ว่าคงฝืนเต็มที่แล้ว ไม่ว่าจะตื่นเต้น

กับความแปลกใหม่แค่ไหนแต่ร่างกายคงไม่ไหวจริงๆ แต่ครั้นหมอเผลอหลับเอาคราวใดก็มีอันต้องสะดุ้งตื่นเสียทุกครั้งไป ด้วยกระเป๋าเดินทางใบบนสุดจะไหลลงมาทับหมออยู่ทุกครั้งที่รถเบรกแรงๆ จนหมอเลิกดันมันกลับไปที่เดิม คงทนไม่ไหวหมอเลยปล่อยให้มันทับอยู่อย่างนั้นและนอนกอดมันไปด้วยเสียเลย


ถนนสาย 101 (เพื่อให้ดูเป็นอเมริกันควรอ่านว่า วัน โอ วัน นะ) ก่อนตัดแยกออก Hi 5 (นี่ก็ควรออกเสียงว่า ไฮเวย์ไฟว์ ด้วยนะ) ยาวไกลและหลากหลายภูมิทัศน์ ปีนี้ใครๆ ก็เล่าให้ฟังว่าอากาศร้ายกาจกว่าทุกปี แคลิฟอร์เนียปีนี้หิมะคลุมยอดเขา ทั้งที่อยู่เขตที่อบอุ่นของอเมริกากระทั่งเนวาดา ลาสเวกัส เมืองกลางทะเลทรายยังได้ข่าวว่าเราอาจต้องขับรถฝ่าพายุหิมะในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ เรามีเทคโนโลยีรุดหน้าในการคำนวณหาทางหนีทีไล่จากภัยธรรมชาติเหล่านี้ เทคโนโลยีรุดหน้ามากขึ้นธรรมชาติก็เอาคืนแรงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน


เรามาถึงวัดไทยแอลเอ เป็นวัดไทยวัดแรกในอเมริกา มีเรื่องเล่าระดับตำนานมากมายเคลื่อนไหลอยู่ในนี้ เป็นศูนย์รวมจิตใจและที่สมาคมของคนไทยไปในตัว ทั้งศาสนกิจ งานพิธี ตลาด งานสังสรรค์ล้วนจัดอยู่ที่นี่ เรามาถึงตอนบ่ายโมงกว่าๆ ไปกราบพระอาจารย์ ท่านเมตตาจัดแจงที่พักหลับนอนให้ มีครูอาสาจากเมืองไทยพาไปส่ง โชคดีได้พักกุฏิเดิมที่เคยพัก (กุฏิที่ว่าให้เธอคิดว่าไม่ใช่กุฏิพระแบบบ้านเรานะ หากคือบ้านเดี่ยวสี่ห้องนอนสามห้องน้ำ มีครัว มีสวนหลังบ้านและลานจอดรถพร้อม) หลังจากจัดแจงแบ่งห้องพักเสร็จสรรพก็เซ็ตระนาด เซ็ตเครื่องดนตรีเตรียมซ้อมทันที วันนี้ทุ่มตรงต้องเล่นที่ร้านอาหารเป็นที่แรก แม้ว่าเราเตรียมโปรดักชั่นที่สามารถยืดยุบ แยกออก ตัดต่อได้ใหม่หมดเพื่อปรับตามสภาพพื้นที่และกลุ่มคนฟังที่หลากหลายไว้แล้วตามสถานการณ์ แต่ต้องรื้อทวนและซักซ้อมความเข้าใจกันใหม่ทุกครั้ง

ครูช่างให้โจทย์สำหรับเวทีนี้คือ เราจะเล่าเรื่องรามเกียรติ์ทั้งเรื่อง ตั้งแต่นนทกจนถึงอวสานทศกัณฑ์

ดีดนิ้วเรียกฉากตอนไหนได้ทันที จะจับนาง ยกรบ เพลงร้อง เพลงรำ ยักษ์ ลิงให้พร้อมเสมอ เราไม่รู้ต้องเจออะไรแบบไหนกับการเล่าเรื่องใหม่แบบนี้ การซ้อมทวน ตกลงคิวรับส่ง จึงต้องแม่นและยุติ

ไม่มีทักษะไหนที่ซ้อมพอ ดีที่เด็กๆ มีทักษะที่เขาฝึกกันทุกวันไว้เป็นทุนรอนให้เรียกใช้ ห่วงก็แต่

ชาญ ที่ต้องรับบทยักษ์ทุกตัว เพราะชาญยังใหม่และไม่ชินกับการปรับฉับพลันแบบนี้ ชาญมีความกังวลเป็นกำแพง กลัวผิดเป็นม่านบัง แต่ชาญก็ยังเป็นคนโขนที่ดีที่สุด เวลามั่นใจจะยิ่งมีพลังตรึงคนดู


ส่วนคุณชาดก เป็นลิงนั้นสนุกกับการแก้ปัญหาอยู่แล้วยิ่งใหม่เขายิ่งสนุก แต่ผลเสียคือจะไหลไม่ยุติ พอไม่ยุติก็จะไม่สามารถดิ่งลึกได้ การเฝ้ามองพวกเขาเติบโตเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของการเป็นพ่อและเป็นครู

การดุด่าสั่งสอนเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ มันคงเป็นด่านให้เขาได้ขัดเกลาตัวเองให้ยิ่งเปล่งประกายขึ้นเรื่อยๆ เห็นพวกเขาช่วยกันแก้โจทย์แก้ปัญหา ออกแบบและสร้างงานร่วมกันแล้วมีความสุข

พอเข้าใจคำที่ครูว่า เราสอนพวกเขาให้จัดการตัวเองไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้เขา แล้วสิ่งแวดล้อมนั้นจะประคับประคองและบำรุงให้พวกเขาเติบโตเอง หนามมันจะแหลมก็ด้วยตัวของมันเองเท่านั้น


จดหมายฉบับนี้ออกจะเยิ่นเย้อไปสักหน่อย ทั้งที่ตั้งใจจะไม่ให้รบกวนเวลาการอ่านของใครเกินชั่วระยะกาแฟเช้า ได้แต่หวังใจไว้ลึกๆ ว่า หากคนเรามีเวลาอ่านจดหมายรักสักฉบับ อย่างน้อยก็พอได้พักจากความรุ่มร้อนของชีวิตและการงานลงได้บ้าง

ขอให้ชีวิตและการงานกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกับความรัก


ดู 14 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด